4 ไม้ดอก ที่คนเชื่อว่า "งูไม่ชอบ" แนะปลูกไว้รอบบ้าน ทั้งสวยและช่วยลดความเสี่ยง จริงหรือ?!

4 ไม้ดอก ที่คนเชื่อว่า "งูไม่ชอบ" แนะปลูกไว้รอบบ้าน ทั้งสวยและช่วยลดความเสี่ยง จริงหรือ?!

4 ไม้ดอก ที่คนเชื่อว่า "งูไม่ชอบ" แนะปลูกไว้รอบบ้าน ทั้งสวยและช่วยลดความเสี่ยง จริงหรือ?!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

4 พรรณไม้ที่คนเชื่อว่า “งูไม่ชอบ” ปลูกไว้รอบบ้านได้ แต่จริงแค่ไหน?

ดาวเรือง ลาเวนเดอร์ กระเทียมเถา และเจอเรเนียม มักถูกพูดถึงในฐานะพืชที่มีกลิ่นเฉพาะตัวและเชื่อว่าอาจช่วยรบกวนงูได้ แต่ข้อเท็จจริงคือ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะยืนยันว่าพืชเหล่านี้สามารถไล่งูหรือป้องกันงูเข้าบ้านได้โดยตรง

ในโลกออนไลน์มีการแชร์เคล็ดลับเกี่ยวกับการปลูกพืชมีกลิ่นแรงเพื่อป้องกันงูอยู่ไม่น้อย โดยมักยกตัวอย่างพืชอย่างดาวเรือง ลาเวนเดอร์ กระเทียมเถา และเจอเรเนียม เพราะพืชเหล่านี้มีกลิ่นหรือสารระเหยที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตาม การที่พืชมีกลิ่นแรงไม่ได้หมายความว่างูจะหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้นเสมอไป

งูจะเลือกพื้นที่จากหลายปัจจัย ทั้งแหล่งอาหาร ที่หลบซ่อน อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมโดยรอบ ดังนั้น หากบริเวณบ้านมีหนู กบ จิ้งจก กองไม้ ใบไม้สะสม หรือพื้นที่รก ต่อให้ปลูกพืชที่เชื่อว่างูไม่ชอบ งูก็ยังมีเหตุผลที่จะเข้ามาหาอาหารหรือหลบซ่อนได้ 

1. ดาวเรือง

ดาวเรืองเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่ายและเหมาะกับสภาพอากาศร้อน มีดอกสีเหลืองและสีส้มสดใส ส่วนของใบและลำต้นมีกลิ่นเฉพาะตัว โดยเฉพาะเมื่อขยี้หรือสัมผัสแรง ๆ

ด้วยเหตุนี้ ดาวเรืองจึงมักถูกนำไปเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องการป้องกันงูและแมลง แต่ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการปลูกดาวเรืองรอบบ้านสามารถทำให้งูหลีกเลี่ยงพื้นที่ได้

หากชอบดาวเรือง สามารถปลูกไว้เพื่อเพิ่มสีสันให้สวน หน้าบ้าน หรือริมทางเดินได้ เพียงไม่ควรคาดหวังให้ต้นไม้ทำหน้าที่เป็น “แนวกั้นงู” โดยตรง

2. ลาเวนเดอร์

ลาเวนเดอร์เป็นพืชที่มีชื่อเสียงเรื่องกลิ่นหอม นิยมนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์สร้างกลิ่นและน้ำมันหอมระเหย จึงไม่น่าแปลกที่กลิ่นของลาเวนเดอร์จะถูกนำไปเชื่อมโยงกับการไล่สัตว์บางชนิด รวมถึงงู

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการปลูกลาเวนเดอร์ในสวนสามารถป้องกันงูได้ การนำคุณสมบัติของน้ำมันหอมระเหยหรือสารสกัดจากพืชมาอ้างว่าได้ผลเช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้จริง จึงควรระมัดระวังในการตีความ

หากต้องการปลูกลาเวนเดอร์ ควรเลือกบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอและมีการระบายน้ำที่ดี เพราะจุดเด่นที่ชัดเจนของต้นนี้คือความสวยงามและกลิ่นหอม มากกว่าการเป็นเครื่องมือป้องกันงู

3. กระเทียมเถา

กระเทียมเถาเป็นไม้เลื้อยที่มีดอกสีม่วงสวย เหมาะสำหรับปลูกตามรั้ว ซุ้ม หรือบริเวณสวน จุดเด่นคือเมื่อใบหรือส่วนของต้นถูกขยี้ มักมีกลิ่นคล้ายกระเทียม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ

กลิ่นดังกล่าวทำให้กระเทียมเถามักถูกจัดอยู่ในรายชื่อพืชที่เชื่อว่าสามารถรบกวนงูได้ แต่เช่นเดียวกับพืชชนิดอื่น ยังไม่ควรกล่าวว่ากระเทียมเถาสามารถไล่งูได้จริง หากนำมาปลูก ควรมองในฐานะไม้ประดับที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและความหลากหลายให้กับพื้นที่มากกว่า

4. เจอเรเนียม

เจอเรเนียมเป็นไม้ดอกที่มีหลายสี ทั้งแดง ชมพู ขาว และม่วง โดยบางสายพันธุ์มีกลิ่นชัดเจนบริเวณใบ จึงมักถูกนำไปพูดถึงในกลุ่มพืชที่เชื่อว่าอาจช่วยรบกวนสัตว์บางชนิด

แต่ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าการปลูกเจอเรเนียมสามารถทำให้งูไม่เข้าบ้านได้ ดังนั้น หากจะปลูกควรเลือกเพราะความสวยงามและความเหมาะสมกับพื้นที่เป็นหลัก

ปลูกต้นไม้ไม่พอ! วิธีป้องกันงูเข้าบ้านที่ได้ผลกว่าคือจัดการ “อาหารและที่หลบซ่อน”

หากต้องการลดโอกาสที่งูจะเข้ามาในบริเวณบ้าน การจัดสภาพแวดล้อมถือว่าสำคัญกว่าการเลือกต้นไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยควรตัดหญ้าและพุ่มไม้ไม่ให้รก เก็บกองไม้ ใบไม้แห้ง และวัสดุที่วางกองทิ้งไว้นาน ๆ ซึ่งอาจกลายเป็นที่หลบซ่อนของงูและสัตว์ที่เป็นเหยื่อของงู 

ควรลดแหล่งอาหารของงูด้วย เช่น ควบคุมจำนวนหนู ไม่ปล่อยอาหารสัตว์ไว้กลางแจ้ง และจัดเก็บอาหารหรือเมล็ดพืชให้มิดชิด เพราะแหล่งอาหารของสัตว์ขนาดเล็กสามารถดึงดูดงูเข้ามาในพื้นที่ได้ 

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ การปิดช่องทางเข้าบ้าน ควรตรวจสอบรอยแตก ช่องว่างตามพื้น ฐานราก ประตู หน้าต่าง และบริเวณที่ท่อหรือสายไฟผ่านผนัง แล้วอุดช่องว่างให้เรียบร้อย เพื่อลดโอกาสที่งูและสัตว์ขนาดเล็กจะเล็ดลอดเข้าไปภายในบ้าน

สรุป: 4 ต้นนี้ปลูกได้ แต่ไม่ควรคิดว่า “ปลูกแล้วงูจะไม่มา”

ดาวเรือง ลาเวนเดอร์ กระเทียมเถา และเจอเรเนียม ล้วนเป็นพรรณไม้ที่มีกลิ่นหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถูกพูดถึงในเคล็ดลับพื้นบ้านเกี่ยวกับการป้องกันงู แต่ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เพียงพอว่าการปลูกพืชเหล่านี้สามารถไล่งูหรือป้องกันงูเข้าบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากชอบก็สามารถปลูกได้ เพราะช่วยเพิ่มความสวยงามให้บ้านและสวน แต่หากเป้าหมายหลักคือป้องกันงู ควรให้ความสำคัญกับการตัดหญ้า กำจัดจุดหลบซ่อน ควบคุมสัตว์ที่เป็นอาหารของงู และอุดช่องทางที่งูอาจใช้เข้าบ้าน ซึ่งเป็นแนวทางที่มีเหตุผลและสอดคล้องกับคำแนะนำด้านการจัดการสัตว์รบกวนมากกว่า 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล